ข้อมูลที่ร่วมแบ่งปัน

ค้นหาบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มาทำความรู้จักกับโครงสร้างของเครื่อง NOKIA

มาทำความรู้จักกับโครงสร้างของเครื่อง NOKIA

เครื่อง โทรศัพท์โนเกีย เป็นเครื่องที่มียอดขายมากที่สุดในประเทศรวมถึงประเทศอื่นด้วย ส่วนในเรื่องของการรับงานซ่อมนั้นเครื่องที่เป็นโนเกีย จะเป็นเครื่องที่แวะเวียน
มาให้เราซ่อมค่อนข้างจะมากที่สุด การจะซ่อมเครื่องโนเกียให้ได้ดีนั้น อย่างแรกเลยเราต้องรู้จักการทำงานของโครงสร้างโนเกียให้ดีซะก่อน ( เรื่องอิเลกทรอนิกส์เบื้องต้นก็สำคัญไม่แพ้กัน )
เครื่องตระกรูลโนเกีย ไม่ว่าจะเป็น ตระกรูล DCT3 ,DCT4, WD2 ,BB5 เป็นต้น หลักการทำงานค่อนข้างจะเหมือนกัน อาจจะเพิ่มรายละเอียดบางจุดเข้ามา แต่ลักษณะการทำงานยังคง
เหมือนเดิม การแบ่งกลุ่มของโนเกียตามที่กล่าวมาแต่ต้น เค้าจะแบ่งลักษณะของกลุ่มตามลักษณะการทำงานของ Chip บนบอร์ด ผมแบ่งได้แบบนี้นะครับ ( ความเห็นส่วนตัว )
การแบ่งกลุ่มนั้น เราสามารถดูได้จาก โปรแกรมแฟลช ของ Tornado หรือ N-box เป็นต้น ( ขึ้นอยู่กับ เวอร์ชั่นของตัวโปรแกรมด้วยนะครับ เวอร์ชั่นยิ่งใหม่ รุ่นก็ยิ่งมากขึ้น )


ตามภาพนะครับ ( เพื่อนๆที่รู้แล้วอาจจะน่าเบื่อหน่อยนะครับ )



การแบ่งกลุ่มของเครื่องโนเกีย แบ่งตามแบบนี้นะครับ ( ความเห็นส่วนตัว ใครจะแนะนำเพิ่มก็ได้นะครับ )
การ แบ่งกลุ่มของเครื่องโนเกีย นั้นจะแบ่งตามกลุ่มของ Chip บนบอร์ดเป็นหลักเพื่อลดต้นทุนของทางผู้ผลิตเอง ถ้าทางโนเกียเค้าผลิตโทรศัพท์ออกมา 1 รุ่นแล้วใช้อะไหล่ของใคร
ของมัน ก็ค่อนข้างจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย พอสมควร ดังนั้นเค้าก็จะผลิตเพื่อให้สามารถใช้ Chip ได้ร่วมกัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ( จากการวิเคราะห์ส่วนตัวนะครับ ) ที่นี้มาดูว่ามันต่างกัน
อย่างไร


กลุ่มที่เป็น DCT 3
กลุ่ม นี้เป็นกลุ่มที่ออกมาตั้งแต่ชุดแรกๆของทางโนเกีย ( จำไม่ได้ว่าออกตัวไหนก่อน ) แต่คุณสมบัติของกลุ่มนี้ ไม่มีอะไรพิเศษมาก (ถ้าเทียบกับปัจจุบัน ) ตัวเครื่องจะเป็นจอแบบ โมโนหรือ
จอขาวดำ ไม่สามารถถ่ายรูปได้ เสียงเรียกเข้ายังเป็นแบบโมโนธรรมดา หน่วยความจำภายในตัวเครื่องก็ยังน้อยเพราะ ลูกเล่นยังน้อยอยู่ รุ่นที่ออกมาตอนนั้นก็มี 3310,3350,8210,8250,8850
เป็นต้น ลักษณะของ Chip บนบอร์ดที่ใช้ด้วยกันได้หลายรุ่นก็มี Ccont ,Cobba ,Hagar ,Chaps เป็นต้น
Chip บนบอร์ดของรุ่นนี้ที่เป็น Chip หลักๆก็มีอยู่ 12 ตัว

กลุ่มที่เป็น DCT 4
กลุ่ม นี้เป็นกลุ่มที่ถูกพัฒนา ต่อเนื่องมาจากตระกรูล DCT 3 คุณสมบัติของรุ่นนี้ที่เห็นเด่นชัดตอนนั้นเลย ก็คือ เสียงเรียกเข้าเป็นระบบ โพลีโฟนิค และก็มีการแสดงผลทางจอภาพเป็นแบบจอสี (บางรุ่นของ
กลุ่มนี้ที่เป็นจอขาวดำหรือจอโมโน ก็ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน ) ลักษณะเด่นอีกก็คือเริ่มมีระบบกล้องและระบบวิทยุเข้ามาเสริมในตัวเครื่อง ด้วย ระบบความจำภายในตังเครื่องก็มีขนาดใหญ่ขึ้น รุ่นที่ออกมาตอนนั้นก็
คือ รุ่น 3510,3530,6510,8310,3100,6610,7250 เป็นต้น คุณสมบัติที่เด่นสุดตอนนั้นก็คือ มีการยุบรวม Chip บนบอร์ดเข้าด้วยกัน ให้เหลือน้อยที่สุด เช่นมีการยุบรวม Chip ของ DCT 3 เช่น Ccont
Cobba , Chaps ( ไอซีชาร์จ ) มายุบรวม แล้วเหลือ Chip ตัวเดียวคือ UEM บางรุ่นมีการยุบรวม IC Flash กับ IC Ram เข้าด้วยกันเป็น Combo
Chip บนหลักๆ บนบอร์ดก็มีอยู่ประมาณ 8 ตัว
จำนวน Chip น้อยลงก็จริง แต่ประสิทธิภาพการทำงานก็มากขึ้น

กลุ่มที่เป็น WD 2
กลุ่ม นี้เป็นกลุ่มพิเศษ ที่พัฒนาต่อเนื่องจากกลุ่ม DCT 4 คุณสมบัติที่เด่นชัดที่สุดของกลุ่มนี้คือ มีการนำเอาในส่วนของซอฟแวร์ ซิมเบี้ยน OS เข้ามาทำงานร่วมกับระบปฎิบัติการของโนเกียด้วยครับ
ปกติ ระบบปฎิบัติการของ Nokia ซึ่งเราเรียกระบบปฎิบัติการในส่วนนี้ว่า NOS ซึ่งจะทำงานในส่วนของระบบ Main ของเครื่องคือในส่วนของพวกไฟล์แฟลช แพ็คภาษา ต่างๆเป็นต้น แต่ที่เพิ่มขึ้นมาสำ
หรับตระกรูล WD2 นั้นจะมีระบบปฎิบัติการ Symbian OS ( ซิมเบี้ยน โอเอส ) หรือเรียกว่าระบบ EPOC ระบบนี้จะทำงานในส่วนของ Application ในเครื่องเช่นโปรแกรมที่เราลงเสริมลงไปในตัว
เครื่องเช่น เกมส์ ทีมส์ เป็นต้น เมื่อนำระบบปฎิบัติการ ซิมเบี้ยน เข้ามาผสมกับระบบปฎิบัติการหลักของโนเกีย ก็เลยได้เครื่องที่เป็นตระกรูล WD2 คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้ก็คือ สามารถทำการลงโปรแกรมเสิม
ได้ มีฟังก์ชั่นการทำงานที่เพิ่มขึ้น ขนาดหน้าจอก็ใหญ่ขึ้น คุณภาพของสีก็ดีขึ้น สามารถฟังเพลง MP3 ได้ หน่อวยความจำในตัวเครื่องก็มีขนาดใหญ่ขึ้น เก็บข้อมูลได้มากขึ้น มีหน่วยความจำภายนอกมาเสริม
มี IC บูลธูท เป็นต้น รุ่นที่ออกมาก็มีรุ่น 6600,7610 ,6260 ,3230 เป็นต้น เครื่องตระกรูลนี้มีการเปลี่ยนลักษณะ IC อยู่บ้างแต่ยังคง เป็น CHip ที่มีลักษณะการทำงานอิงอยู่กับตระกรูล DCT 4 และยังไม่มีการ
พัฒนา รุ่นใหม่ๆออกมาอีก
Chip บนบอร์ดรุ่นนี้ จะมี IC Flash มากกว่า 1 ตัว เพื่อทำให้เก็บข้อมูลได้มากขึ้น Chip บนหลักๆ บนบอร์ดจะมีอยู่ระหว่าง 11-14 ตัว ส่วนมากจะเพิ่มมาในรูปของ IC Flash

กลุ่มที่เป็น BB5
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหม่ล่าสุด ที่ดูเหมือนจะต่อยอดมาจากตระกรูล WD2 แต่ก็ต่อยอดมาเฉพาะในส่วนที่มีโปรแกรม ซิมเบี้ยน ( แต่เป็นซิมเบี้ยน คนละเวอร์ชั่นกับ WD2 ) แต่จริงๆแล้วเครื่องตระกรูล BB5 เป็น
กลุ่มที่มี การพัฒนาใหม่เกือบทั้งหมด ทั้ง Chip บนบอร์ดเองหรือโซนของการทำงาน ที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ( เป็นกลุ่มที่ผมชอบที่สุด เพราะเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ) เครื่องในตระกรูล BB5 มีการทำงาน

แบบ One CPU ( ไม่มีระบบซิมเบี้ยน เข้ามาเกี่ยวข้อง ) ซึ่งก็ได้แก่รุ่นพวก 6270 ,6280 ,6131,6085 เป็นต้น (มี CPU 1 ตัว ) ทำงานในส่วนของ NOS อย่างเดียว
แบบ Two CPU ( มีระบบซิมเบี้ยนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ) ซึ่งได้แก่รุ่นพวก N70, N72 ,6680,6681 เป็นต้น ( มี CPU 2 ตัว ) ทำงานในส่วนของ NOS และ EPOC แยกการทำงานคนละส่วน แต่มีบางส่วนทำงานประสานกัน
ใน เครื่องตระกรูล BB5 เป็นเครื่องที่ฟังก์ชั่นการทำงานที่เยอะมาก ทั้งประสิทธิภาพของการแสดงผลที่คมชัด สามารถถ่ายรูปได้ มีทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง มีอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอกได้เช่น MMC เป็นต้น
เมื่อ คุณสมบัติของเครื่องเยอะขนาดนี้ ลำพัง CPU ตัวเดียวคงจะทำงานไม่ทัน ก็เลยต้องมี CPU เพิ่มมาอีกตัวเป็น 2 ตัว ( ในส่วนของที่มีระบบซิมเบี้ยน ) ระบบจ่ายไฟตัวเดียวก็คงไม่พอก็ต้องมี Chip จ่ายไฟ
เพิ่มมาอีก 1 ตัว Chip RF ก็เหมือนกันต้องมี 2 ตัว แยกการทำงานอย่างชัดเจน โดยแบ่งภาครับ ภาคส่งออกจากกัน , Chip ที่เก็บข้อมูลเช่นพวก IC Flash ก็เหมือนกัน มีหน่วยความจำที่เยอะขึ้น

Chip หลักๆบนบอร์ดจะมีอยู่ระหว่าง 10 ตัวขึ้นไป อาจถึง 15 ตัว

ไม่มีความคิดเห็น:

ติดตามบทความเพือเป็นกำลังใจ

ช่วงหลายเดือนมานี้ไม่มีเวลาลงข้อมูลนะครับหาเงินใช้หนี้ก่อนครับ

รูปภาพของฉัน
เชียงใหม่, สารภี, Thailand
ยินดีต้อนรับชาวช่างทุกท่านที่แวะเข้ามากันนะครับ ทักทายกันหน่อยเป็นกำลังใจให้หาอะไรมาแจกอีก รับซ่อมมือถือ MP3 MP4 PDA รับเปิด ปั้ม ทำลูก กุญแจทุกชนิด กุญแจหาย เข้าร้านไม่ได้ เข้าบ้านไม่ได้ ลืมกุญแจไว้ในรถ เราช่วยได้ ไม่รับงานกลางคืนนะครับ หลัง18.00น.ไม่รับงานนอกสถานที กุญแจติดต่อ คุณกรวัฒน์ 089-5606619 ถนนคนเดินสารภีโทรมาได้นะครับไปอยู่.. ตอนนี้พวกโปรแกรมต่อลายถูกทางเวปฝากลบทิ้ง ยังไม่รู้จะมีเวลาแก้ไขเมื่อไรครับช่วงนี้งานเยอะ.. อาจพอมีความรู้อื่นๆให้ดูอยู่บ้างนะครับไม่ว่ากันนะครับ